พลิกวิกฤติเป็นโอกาส กรณีรุกโบราณสถานเขาแดง จัดขบวนการเรียนรู้

พลิกวิกฤติเป็นโอกาส กรณีรุกโบราณสถานเขาแดง จัดขบวนการเรียนรู้

เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสงขลา พลิกวิกฤติเป็นโอกาส กรณีรุกโบราณสถานเขาแดง ชวนเชิญนักวิชาการจากสถาบันต่างๆเข้าร่วมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระตั้งแต่อาณาจักรศรีวิชัย ส่งเสริมเยาวชนร่วมอนุรักษ์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ปกป้องโบราณสถานอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม การบุกรุกโบราณสถานโบราณเขาแดงและโบราณสถานเขาน้อย ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา นอกจากจะสร้างความกังวลให้กับประชาชนที่ติดตามและทราบสถานการณ์แล้ว ยังเกิดเป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่

นายสีห์ อภิชยเศรษฐ์ นายกสมาคมสมาพันธ์คนคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา กล่าวว่าส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้ มีน้อยมากที่จะรู้ว่ามีแหล่งประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานที่สมบูรณ์และสวยงามอยู่ในบ้านในชุมชนของตัวเองมานาน ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนอย่างสมาคมสมาพันธ์คาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อำเภอสิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธุ์และ ระโนด จังหวัดสงขลา ฉกฉวยวิกฤติที่เกิดขึ้น เป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเก่าสงขลา

ตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย มาจนถึง เมืองเก่าซิงกอร่า ซึ่งได้เรียกร้องให้หน่วยงานด้านประวัติศาสตร์ หรือ นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่มาร่วมกัน จัดทำเอกสารทางประวัติศาสตร์ ในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ให้กับเยาวชน ในการร่วมกันอนุรักษ์และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ต่อไปในอนาคต

ในขณะที่คดีการบุกรุกโบราณสถานนั้น ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยงานรัฐในจังหวัดสงขลา ต่อการปล่อยให้มีการบุกรุกโบราณสถาน

รวมถึง ติดตามการพิจารณาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่าจะรับคดีการบุกรุกโบราณสถานเป็นคดีพิเศษหรือไม่ หลังจากได้ลงพื้นที่มาติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อนหน้านี้

สำหรับคดีการบุกรุกโบราณสถานเขาแดงและโบราณสถานเขาน้อย ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งทางสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สงขลา แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนคร เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวม 4 คดี โดยล่าสุดนั้น 3 คดีมีความคืบหน้าไปมาก และ อีก 1 คดี ซึ่งเป็นทำลายฐานเจดีย์องค์ดำ บนยอดเขาแดง ขณะนี้ยังไม่ได้ทำการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

โดยใน 3 คดีนั้น แยกเป็นคดีบุกรุกโบราณสถานเขาแดง ด้วยการตัดทำลายต้นไม้ ปรับพื้นที่บนเขาเป็นถนนจากฐานขึ้นสู่ยอดเขาแดง กว้าง 4-5 เมตร และยาวประมาณ 1500 เมตร คดีนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุรวม 3 ราย //คดีบุกรุกเขาน้อย ด้วยการปรับพื้นที่เชิงเขา ระยะ 220 เมตร มีผู้ต้องหา 2 ราย

และ คดีบุกรุกเขาน้อย ด้วยการขุดดินเชิงเขาลึกประมาณ 20 เมตรเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ เหตุเกิดเมื่อปี 2557 คดีนี้มีผู้ต้องหา 2 ราย เป็นพี่สาวและพี่เขย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ล่าสุดนั้นทีมพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้สรุปสำนวนคดีบุกรุกโบราณสถานเขาแดง ซึ่งมีนายสมบัติ เหาตะวณิช คหบดีในอำเภอเมืองสงลาพร้อมพวก เป็นผู้ต้องหา ส่งพนักงานอัยการจังหวัดสงขลาแล้ว

ถือเป็นคดีแรก ที่มีการดำเนินการ หลังใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานนานกว่า 2 เดือน ส่วนอีก 2 คดีนั้นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เนื่องจากพบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามาจำนวนมาก และคาดว่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกจำนวนหนึ่ง

#สื่อเถื่อนข่าว #บุกรุกโบราณสถานเมืองเก่าสงขลา #หัวเขาแดง