ปปช.สงขลา เริ่มตรวจสอบหน่วยงานรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงอัยการกรณีการบุกรุกโบราณสถาน

ปปช.สงขลา เริ่มตรวจสอบหน่วยงานรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงอัยการกรณีการบุกรุกโบราณสถาน

ปปช.สงขลา เริ่มกระบวนการตรวจสอบหน่วยงานรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีการบุกรุกโบราณสถานเขาแดงและเขาน้อย ในอำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลา หลังเครือข่ายภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยได้เชิญ ผู้เข้ายื่นหนังสือ เข้าให้ปากคำพรุ่งนี้ ในขณะทางสอบสวนนั้น 2 คดีที่พัวพันกับผู้กว้างขวาง ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มอีก

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม หลังการเข้ายื่นหนังสือของเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้องขอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จังหวัดสงขลา หรือ ป.ป.ช.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ต่อกรณีปัญหาการบุกรุกโบราณสถานเขาแดงและโบราณสถานเขาน้อย ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

ซึ่งทาง ป.ป.ช.จังหวัด ยืนยันว่าได้มีการตรวจสอบข้อมูลเอกสารหลักฐาน จากบางหน่วยงานในกรณีที่เกิดขึ้นก่อนแล้ว และได้เชิญให้ผู้ร้อง ซึ่งนำทีมโดยนายบรรจง นะแส รวมถึงนักวิชาการจากหลายภาคส่วน เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเริ่มขับเคลื่อนกระบวนการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานใดหรือไม่

โดยเฉพาะหน่วยในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ทั้ง นายอำเภอ และ นายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร ตำรวจภูธร สภ.สิงหนคร รวมถึงอัยการจังหวัดสงขลา

นายบรรจงกล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนเราพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ในเรื่องข้อมูลต่างๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐเองอาจจะมีหรือทราบข้อมูลในกรณีที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว 16 คดีที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2539 จนถึง 2564 ซึ่งส่วนใหญ่คดีเงียบหายไป ซึ่งเราไม่ทราบสาเหตุ ก็ต้องทำเรื่องเพื่อขอทราบข้อมูลต่ออัยการจังหวัดสงขลา

ส่วนที่มีรายงานว่า มีอีก 17 ราย ที่ทางสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเตรียมเข้าแจ้งความเพิ่ม ก็เป็นเรื่องที่เค้าว่ากันไปตามภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วย ซึ่งภาคประชาชนเอง เมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็พยายามที่จะร่วมกันแก้ปัญหา

โดยเฉพาะการหยุดปัญหาการบุกรุก ให้มีการนำคนผิดเข้ากระบวนการทางกฎหมายอย่างแท้จริง รวมถึงการร่วมฟื้นฟู อนุรักษ์ สร้างการเรียนรู้ในแหล่งโบราณสถานซึ่งเป็นมรดกของเราอย่างภาคภูมิต่อไป

สำหรับคดีที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้นสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกโบราณสถานทั้ง 2 แห่ง รวม 4 คดี เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการสรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการได้เพียง 1 คดี

คือคดีบุกรุกเขาแดง ที่มีนายสมบัติ เหาตะวนิช คหบดีและพวกรวม 3 คนเป็นผู้ต้องหา ส่วนอีก 1 คดีคือ คดีทำลายฐานเจดีย์องค์ดำ บนยอดเขาแดง ยังไม่ได้จับกุมผู้ก่อเหตุ ส่วนอีก 2 คดี คือคดีบุกรุกเขาน้อย ซึ่ง มีอดีตนายกเทศมนตรีเมืองสิงหนคร พร้อม ภรรยาและบุตรสาว รวม 3 คนเป็นผู้ต้องหา

ซึ่งเป็นญาติกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ซึ่งล่าสุดนั้นได้ออกหมายเรียกตัวแทนส่วนราชการเข้าเป็นพยาน ในจำนวนนั้น ได้เรียกนายกเทศมนตรี คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุตรชายของ ผู้ต้องหา เป็นพยานในคดีด้วย

#สื่อเถื่อนข่าว #ปปช. #สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจังหวัดสงขลา #การบุกรุกโบราณสถานเขาแดงและโบราณสถานเขาน้อย #อำเภอสิงหนคร #จังหวัดสงขลา #สำนักศิลปากรที่11